5 เทคนิคขายดีและการใช้ระบบจัดการ e-Commerce ที่มือใหม่ต้องรู้

5 เทคนิคขายดีและการใช้ระบบจัดการ e-Commerce ที่มือใหม่ต้องรู้

จากสถิติล่าสุดพบว่า Shopee และ Lazada เป็นผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสของเมืองไทยที่มีผู้ใช้บริการสูงถึง 51 และ 33 ล้านคนต่อเดือนตามลำดับ และในอนาคตเองก็มีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนผู้ใช้งานทั้งสองแพลตฟอร์มนี้สูงขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ เช่นกัน

แน่นอนว่า ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่สูงอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้ทั้ง Shopee และ Lazada กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มาทั้ง “โอกาส” และ “การแข่งขัน” ที่สูงขึ้น จนทำให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่หลายคนเป็นกังวลว่าจะไม่สามารถสร้างยอดขายให้ตรงกับความต้องการบนทั้ง 2 แพลตฟอร์มนี้ได้

แต่ก่อนที่จะกังวลจนไม่ได้ลงมือทำอะไรและทำให้โอกาสธุรกิจหลุดลอยไป วันนี้ลองมาทำความรู้จักกับ 5 เทคนิคขายดีบน Shopee และ Lazada พร้อมเคล็ดลับการใช้ระบบจัดการ e-Commerce ที่จะช่วยสร้างยอดขายให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้บนทั้ง 2 แพลตฟอร์มกัน ใครอยากขายดีบน Lazada และ Shopee เช็กเลย!

แชร์ 5 เทคนิคขายดีและการใช้ระบบจัดการร้านค้า Shopee/ Lazada

1. คำนวณต้นทุนให้เรียบร้อย!

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คือ ธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำไรในส่วนนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนยอดขายที่เกิดขึ้น แต่จะเป็นยอดเงินสุทธิที่เหลือจากการหักลบต้นทุนออกไปทั้งหมด 

โดยนอกจากต้นทุนค่าสินค้าที่นำมาขายแล้ว เจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขายบน Shopee และ Lazada ยังต้องคำนวณต้นทุนค่าใช้บริการมาร์เก็ตเพลสร่วมด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ต้นทุนจากทางมาร์เก็ตเพลสนี้จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ

ค่าธรรมเนียมในการใช้งานมาร์เก็ตเพลส

  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินจากบัตรเครดิต บัตรเดบิต รวมไปถึงการรองรับบริการผ่อนชำระก็จะมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันด้วย
  • ค่าธรรมเนียมการขาย 1% - 3% ของราคาตั้งต้นสินค้า ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า
  • ค่าขนส่ง เช่น การนัดขนส่งเพื่อรับสินค้า (Pick Up) และ การนำสินค้าไปส่งตามจุดรับฝาก (Drop Off)
  • ค่าคอมมิชชันตามแคมเปญต่าง ๆ ที่เข้าร่วม

ค่าโฆษณา

  • เช่น การทำ Sponsored Search Ads และ Keyword Ads ที่สามารถกำหนด Keyword หรือคำค้นหา มูลค่าของตัวคำ ตลอดจนงบประมาณรายวันของคำที่ต้องการจะใช้โฆษณา ซึ่งหากใครต้องการให้สินค้าของเราไปอยู่ในลำดับแรกก็จะต้องจ่ายมูลค่าต่อ Keyword ที่เลือกใช้สูงขึ้นนั่นเอง 
  • อย่างไรก็ดี ทั้ง Shopee และ Lazada จะมีระบบที่จัดสรร Keyword มาให้เราเลือกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคำอาจไม่ตรงกับตัวสินค้าของเราเลยก็ได้ ดังนั้น หากต้องการประหยัดค่าโฆษณาในส่วนนี้ อย่าลืมพิจารณาการเลือก Keyword พร้อมเลือกมูลค่าของ Keyword ในแต่ละวันให้เหมาะสมด้วย

รู้หรือไม่?

แม้การขึ้นทะเบียนเป็น Shopee Mall หรือ LazMall จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าของเราได้ และร้านค้ายังจะได้รับข้อมูลเชิงลึกจากทางมาร์เก็ตเพลสเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ แต่เจ้าของธุรกิจอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่ทางมาร์เก็ตเพลสกำหนด เช่น การขึ้นเป็น Shopee Mall ว่าจะต้องจัดแคมเปญฟรีค่าจัดส่งอย่างน้อย 1 ช่องทาง เป็นต้น

 

2. จัดส่งไวว่าดีแล้ว ทำโปรโมชันส่งฟรีด้วยดียิ่งกว่า!

หลังจากที่คำนวณต้นทุนมาร์เก็ตเพลสเพื่อกำหนดราคาขายที่สามารถสร้างกำไรได้เพื่อหักลบต้นทุนแล้ว สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรทำต่อไป คือ การวางแผนจัดโปรโมชันเพื่อเพิ่มจำนวนยอดขาย โดยโปรโมชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada ก็คงจะหนีไม่พ้นการจัดโปรโมชันเรื่องการจัดส่งนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้ว ร้านต่าง ๆ ในมาร์เก็ตเพลสอาจเลือกโปรโมทตัวเองว่า “เป็นร้านค้าส่งไว” หรือมาพร้อม “เงื่อนไขรับเคลมสินค้า” ที่เสียหายจากการจัดส่ง อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากทั้ง 2 ความพิเศษนี้แล้ว ทางร้านยังสามารถดึงดูดลูกค้าเพิ่มขึ้นได้จากการจัดโปรโมชัน “ส่งฟรี” ร่วมด้วยได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี แทนที่จะบวกค่าจัดส่งเข้าไปในค่าสินค้าโดยตรง ทางร้านอาจเลือกคำนวณต้นทุนค่าจัดส่งให้เรียบร้อยก่อน ทั้งค่าอุปกรณ์สำหรับการแพ็ก ค่าจัดส่ง ค่าจัดการออเดอร์ ค่าจ้างคนรับดูแล Shopee และ Lazada เพื่อทำออเดอร์หลังบ้าน รวมไปถึงค่าเดินทางที่ต้องนำสินค้าไปส่ง หรือหากใครจ้างบริการแพ็คสินค้าเอาไว้ก็อย่าลืมคำนวณต้นทุนส่วนนี้เข้าไปด้วย

เมื่อได้ต้นทุนค่าขนส่งทั้งหมดแล้ว จึงพิจารณาต้นทุนสินค้า ควบคู่ไปกับค่าใช้จ่ายจากทางมาร์เก็ตเพลส และสุดท้ายจึงคิดราคาขายออกมาให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจากคู่แข่งเกินไป เช่น หากคู่แข่งขายสินค้าอยู่ที่ 200 บาท แต่ไม่รวมค่าส่ง ทางร้านของเราก็อาจคำนวณราคารวมส่งให้อยู่ที่ 190 - 210 บาทก็ได้เช่นกัน 

เลือก Keyword ดี ยอดขายปังกว่าที่คิด!

จบเรื่องต้นทุนและการทำโปรโมชันไปแล้ว ทีนี้ลองมาโฟกัสที่การใช้งานระบบจัดการร้านค้าของ Shopee และ Lazada โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือก Keyword ให้เหมาะสมกับสินค้าในร้านของเรา 

โดยทั่วไปแล้ว ทั้ง Shopee และ Lazada จะมีการจัดสรร Keyword ให้กับเจ้าของธุรกิจได้เลือกใช้งานตามความต้องการ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เลือก Keyword อัตโนมัติได้ อย่างไรก็ดี เจ้าของร้านค้ามือใหม่อาจโฟกัสไปที่การเลือก Keyword ที่มียอดค้นหาสูงสุดเพียงอย่างเดียว หรือบางคนอาจเลือกใช้ Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อเป็นการกระจายโอกาสสร้างยอดขาย

อย่างไรก็ดี การเลือก Keyword ที่มีคำค้นหาสูงนี้ ถึงจะมีโอกาสสร้างยอดขายได้ แต่ก็ต้องแลกมากับจำนวนคู่แข่งที่สูง อีกทั้งยังอาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายอย่าง ค่าโฆษณาที่สูงขึ้นจากมูลค่า Keyword ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม การเลือก Keyword ที่หว่านแหและไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ต้องการขายเลย นอกจากจะเสี่ยงโดนเมินเนื่องจากไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการแล้ว ยังอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับ Keyword นั้น ๆ ได้อีกด้วย

ดังนั้น เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายและเรียกความสนใจลูกค้า อย่าลืมวางแผนเลือก Keyword ให้เหมาะสม ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและสินค้าที่ต้องการขาย อีกทั้งยังควรดูมูลค่าของ Keyword ให้ดี มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้ธุรกิจได้กำไรน้อยลงก็เป็นได้ 

เลือก Keyword ดี ยอดขายปังกว่าที่คิด

ใช้งานเครื่องมือในมาร์เก็ตเพลสให้ครบ

นอกจากจะรองรับการใช้งานระบบจัดการ e-Commerce แล้ว ทั้ง Shopee และ Lazada ยังมาพร้อมกับเครื่องมือสนับสนุนการขายให้เจ้าของธุรกิจเลือกใช้งานจำนวนมาก ซึ่งเครื่องมือบางส่วนเองก็เป็นประโยชน์และช่วยสร้างยอดขายที่ดีได้เช่นกัน

โดยเจ้าของธุรกิจมือใหม่อาจลองใช้งานเครื่องมือกระตุ้นยอดขายอย่าง คูปองส่วนลด ตัววิเคราะห์ธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างโปรโมชันที่จะช่วยทั้งดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ 

นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจยังสามารถเข้าร่วมแคมเปญกับทาง Shopee และ Lazada ที่จัดขึ้นตามโอกาสต่าง ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายได้ เช่น เข้าร่วมแคมเปญฟรีค่าจัดส่ง แคมเปญแจกคูปองส่วนลดกับสินค้าที่ได้รับความนิยม รวมไปถึงแคมเปญแลกเงินคืน หรือ Cash Back เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ หรือ เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มยอดขายใด นอกจากจะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนแล้ว อย่าลืมตรวจสอบค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างกำไรในการขายสูงสุดให้กับร้านค้าของเรา 

 มองหาระบบจัดการ e-Commerce ที่ตอบโจทย์

แม้จะมีขั้นตอนและรายละเอียดที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก แต่เจ้าของธุรกิจเองก็ยังสามารถประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนในการบริหารจัดการมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee และ Lazada แบบครบจบในที่เดียวได้ด้วยการใช้ระบบจัดการร้านค้า e-Commerce ที่สามารถเชื่อมเข้ากับ Shopee และ Lazada ได้เช่นกัน

โดยระบบจัดการร้านค้าบน Shopee และ Lazada นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยบริหารสต๊อกสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยบันทึกรายรับ - รายจ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในร้านค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนอุดช่องโหว่ด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ การติดตั้งระบบช่วยดูแล Shopee และ Lazada นี้ยังจะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อวางแผนการทำการตลาดได้ตรงจุดมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มยอดขายที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

แม้จะมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาและวางแผนอย่างรอบด้าน แต่หากใช้เวลาศึกษาสักหน่อย รับรองว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็สามารถสร้างยอดขายที่ต้องการบน Shopee และ Lazada ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบเช่นกัน

แต่จะดีกว่าไหม? หากธุรกิจของคุณสามารถประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนในการบริหารธุรกิจบนมาร์เก็ตเพลส แต่ยังสามารถวางแผนสร้างยอดขายที่มีประสิทธิภาพได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจวันนี้ด้วยระบบจัดการร้านค้าบน Shopee และ Lazada จาก BUZZEBEES ตัวช่วยจัดการทุกแง่มุมของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการสต๊อก วางแผนค่าใช้จ่ายและการตลาดเพื่อสร้างกำไรให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-645-1212