Buzzebees ตอกย้ำกลยุทธ์แพลตฟอร์ม CRM Privilege เจาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก มุ่ง Transform สู่เทรนด์การทำตลาดในอนาคต พร้อมก้าวสู่ทศวรรษใหม่แห่งโลกดิจิทัล

Buzzebees ตอกย้ำกลยุทธ์แพลตฟอร์ม CRM Privilege เจาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก มุ่ง Transform สู่เทรนด์การทำตลาดในอนาคต พร้อมก้าวสู่ทศวรรษใหม่แห่งโลกดิจิทัล

img-blog-Retail-day@2x

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าวงการค้าปลีกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เมื่อเทคโนโลยีและดิจิทัลได้สร้างแรง สั่นสะเทือนในวงกว้าง ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มบน ดิจิทัลต่างๆ ได้กลายมามีอิทธิพลต่อการซื้อขายในปัจจุบัน เนื่องด้วยปี 2562 สถิติคนไทยใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตในทุกอุปกรณ์ สูงถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน และด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบความสะดวกสบายและรวดเร็ว จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ธุรกิจค้าปลีกต้องหาทางปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจต่อไปในอนาคต

ในฐานะผู้นำด้าน CRM Privilege ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 90% และมีพันธมิตรองค์กรมากกว่า 100 แห่งในหลากหลายธุรกิจ และพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก กว่า 20,000 แห่ง นายไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เปิดเผยว่า “จากประสบการณ์ของผมและทีมงานที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงไอทีมากว่า 20 ปี ได้เริ่มเห็นเทรนด์โซเซียลเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา จึงได้ก่อตั้ง Buzzebees เพื่อเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจให้กับแบรนด์องค์กร ธุรกิจค้าปลีก และผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงสร้างโมเดลมารองรับเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งนับตั้งแต่ปีก่อตั้งปี 2012 คนส่วนใหญ่ยังไม่คาดคิดว่าจะเกิด Technology Disruption เฉกเช่นทุกวันนี้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรรวมถึงพนักงานมีส่วนสำคัญมากที่จะนำพาธุรกิจให้ก้าวไปในทิศทางใด อย่างข้อมูลล่าสุดปี 2019 จะเห็นได้ว่าร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา ได้ปิดตัวลงไปถึง 9,302 แห่ง ซึ่งเป็นอัตราที่สูงขึ้นจากปี 2018 ถึง 59% เนื่องด้วยปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 16% ในสหรัฐฯ และมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 25% ในปี 2026 และอาจส่งผลให้ร้านค้าปลีกปิดตัวอีกกว่า 75,000 แห่ง ภายในระยะเวลา 7 ปีข้างหน้า ซึ่งสถิติต่างๆ ล้วนมีนัยสำคัญ”

ล่าสุดงานฟอรั่ม Buzzebees Retail Day บัซซี่บีส์ ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ด้าน CRM Privilege แบบ One Stop Solution ซึ่งเสมือนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นการสื่อสารระหว่างแบรนด์ธุรกิจค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และผู้บริโภคโดยตรง เพื่อต่อยอดธุรกิจค้าปลีกที่ต้องการมีระบบ CRM เป็นของตนเองเพื่อเน้นสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยแพลตฟอร์มนี้เปรียบเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างให้เกิดความผูกพันระหว่างแบรนด์ด้วย CRM Privilege ด้วยกลยุทธ์ฟีเจอร์ Loyalty Program และลูกเล่น Mechanic ต่างๆ ซึ่งจะสามารถทำให้แบรนด์ได้รู้จักตัวตน ร้านค้า เข้าถึงประวัติการซื้อขาย ติดต่อสื่อสารได้โดยตรง และสามารถยิงแคมเปญการตลาดที่เหมาะสมเฉพาะกลุ่มได้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและกระตุ้นยอดขายให้กับแบรนด์ร้านค้าปลีกได้ในเวลาเดียวกัน

นายไมเคิล เชน กล่าวว่า “ปัจจุบัน บัซซี่บีส์ได้พัฒนาต่อยอดด้าน CRM Privilege ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจร้านค้าที่ต้องการขยายโอกาสทางธุรกิจได้ทั้งแบบ B2B และ B2C รวมถึงช่วยบริหารจัดการ CRM ของร้านค้าอย่างเบ็ดเสร็จที่สะดวกรวดเร็ว แบบ Realtime และไม่ยุ่งยาก ทั้งบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android บนเว็บไซต์ บนแอปพลิเคชั่น รวมถึงช่องทาง LINE Account Official ด้วยโซลูชั่นที่หลากหลายกว่า 10 ฟังก์ชั่นการใช้งาน ประกอบด้วย Marketing Activation, Engagement Solution for Consumers, Engagement Solution for Dealer, Connecting Your Customers with Line Official Account, Privilege Acquisition Network, D2C E-Commerce & Loyalty the Winning Solution, SMS - CRM without CRM, E-Voucher that Help Solve Your Pain & Drive Your Sells, E-Gift Card where Friends are Your Best Customer และ POS with a Difference ซึ่งบริษัทฯ สามารถออกแบบได้ตามโจทย์ที่ธุรกิจค้าปลีกต้องการภายในระยะเวลาอันสั้น”

นางสาวณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ข้อโดดเด่นของโมเดลธุรกิจ Buzzebees มุ่งเอื้อประโยชน์แบบ Win Win ร่วมกัน โดยแบรนด์ธุรกิจค้าปลีกจะทราบถึงพฤติกรรมของดีลเลอร์รายย่อย และผู้บริโภคในเชิงลึกผ่านระบบ Eco-system เนื่องด้วยบัซซี่บีส์มี Big Data เป็นของตนเอง และปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานกว่า 75 ล้านบัญชี โดยระบบจะเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ทุกๆ พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยบริษัทฯ จะมีทีมมาร์เก็ตติ้งที่คอยให้คำปรึกษาและทำงานร่วมกัน โดยจะสามารถออกแบบแคมเปญได้ตรงใจมากขึ้น รวมถึงนำเสนอแคมเปญเฉพาะกลุ่ม (Personalized Campaign) ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยลดปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ที่แบรนด์ธุรกิจค้าปลีกไม่รู้ว่าดีลเลอร์แต่ละรายมีพฤติกรรมการซื้อของกับเราอย่างไร ยอดขายสินค้าอะไรขายดีกว่ากันในแต่ละเดือน และควรทำอย่างไรให้ดีลเลอร์แต่ละรายมียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป ขณะเดียวกันในมุมของผู้บริโภค ในอดีตแบรนด์ธุรกิจค้าปลีกก็ไม่รู้ว่าผู้บริโภคแต่ละรายชอบโปรโมชั่นอะไร ชอบรสชาติไหน ชอบซื้อที่ไหน และควรใช้กลยุทธ์อะไรถึงจะเหมาะกับผู้บริโภครายนั้นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ บัซซี่บีส์สามารถเข้ามาช่วยหาทางออกและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้”

ภายในงาน Buzzebees Retail Day ยังได้รับฟังประสบการณ์ตรงและมุมมองเกี่ยวกับ Digital Disruption โดยมีผู้บริหารระดับสูงในแวดวงธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ อาทิ คุณบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), คุณสิรินฉัตร แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด, คุณธนวรรษ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป เบอร์เกอร์คิง ประเทศไทย ในช่วงเสวนา หัวข้อ “How Digital is Disrupting Business”

คุณธนวรรษ มองว่าเมื่อ Digital Disruption เข้ามาทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของบริษัทและปรับความคิด (Mindset) ให้เข้ากับเทคโนโลยี ซึ่งในอดีตร้านเบอร์เกอร์คิงในห้างฯ จะรอให้ลูกค้าเข้ามาในร้านเอง แต่ปัจจุบันเริ่มมีแอปพลิเคชั่น มีการสั่งออนไลน์ขยายไปยังช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เริ่มมีบริการเดลิเวอรี่ถึงบ้าน จึงจำเป็นต้องปรับธุรกิจให้เข้ากับโลกออนไลน์มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องรับฟังเสียงของลูกค้า เทคโนโลยีเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก ดังนั้นการปรับตัวให้เร็ว พร้อมที่จะเริ่มสิ่งใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

ในด้านของ PTTOR คุณบุรณิน ให้ความเห็นว่า เมื่อดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การปรับเปลี่ยน Business Transformation ก็ต้องเกิดขึ้นด้วยว่าธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีอย่างไร แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงสำหรับองค์กรใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องปรับตัวเพราะอย่างที่หลายคนเห็นว่าเราเริ่มจากการทำปั๊มน้ำมันที่มีร้านค้า เรามองว่าเราอยากจะเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน รวมถึงทุกคน ซึ่งก็ต่อยอดมาสู่ Digital Transformation และต่อไปอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงลูกค้า เพราะกลุ่มลูกค้าก็จะเปลี่ยนไป แต่การรักษาลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้ซ้ำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ

ปิดท้ายด้วยเมกาบางนา คุณสิรินฉัตร ระบุว่า Digital Transformation เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คำถามคือ เราจะต้องเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนและตอบโจทย์ลูกค้าของแบรนด์เพียงใด เมื่อก่อนพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงรายวัน แต่ปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงรายชั่วโมง ดังนั้นการใช้เครื่องมือทางการตลาดใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ผู้บริหารเองก็ต้องเข้าใจ ปรับตัวให้เร็ว ส่วนความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกในยุคดิจิทัลคือลูกค้า ฉะนั้นเราจะใช้เครื่องมือ Digital tool ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ


กรณีต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
คุณกุนธิรา ณัฐวัฒนานนทน์
ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์
Tel: 094 1545698
E-mail: khuntira@buzzebees.com

ภาพประกอบ